จีนเป็นตลาดผลไม้ไทยที่ใหญ่ที่สุด และเส้นทางบกผ่านลาวกลายเป็นเส้นทางหลักของทุเรียน มังคุด ลำไย และผลไม้สดอื่น ๆ เพราะถึงมือผู้ซื้อเร็วกว่าทางเรือหลายวัน ด่านหนองคายอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดสำหรับเส้นทางนี้ แต่ผลไม้สดเป็นสินค้าที่ พลาดไม่ได้แม้แต่วันเดียว ทั้งเรื่องคุณภาพและกฎระเบียบของฝั่งจีน
กฎของฝั่งจีนที่ต้องผ่านก่อน
จีนกำหนดให้ผลไม้สดจากไทยต้องมาจาก สวนที่ขึ้นทะเบียน และผ่าน โรงคัดบรรจุที่ขึ้นทะเบียน กับสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (GACC) ผ่านการเสนอชื่อของกรมวิชาการเกษตร เลขทะเบียนเหล่านี้ต้องปรากฏบนกล่องและในใบรับรองสุขอนามัยพืช ด่านจีนตรวจเทียบทุกชิปเมนต์ นอกจากนี้ผลไม้แต่ละชนิดมีเงื่อนไขเฉพาะ เช่น การตรวจศัตรูพืช การรมยา หรือการตรวจเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งของทุเรียน
7 ขั้นตอนส่งออกผลไม้ผ่านหนองคาย
- ตรวจทะเบียนสวนและโรงคัดบรรจุ
ผลไม้สดที่จะส่งไปจีนต้องมาจากสวนและโรงคัดบรรจุที่ขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตรและได้รับการรับรองจากศุลกากรจีน (GACC) เลขทะเบียนต้องปรากฏบนกล่องและเอกสาร หากไม่มี สินค้าจะถูกปฏิเสธที่ด่านจีน - ตกลงเงื่อนไขกับผู้ซื้อในจีน
ยืนยันพันธุ์ เกรด ขนาด การบรรจุ อุณหภูมิระหว่างขนส่ง ด่านปลายทาง (โม่ฮาน หรือโหย่วอี้กวน) และเงื่อนไขการชำระเงิน ผู้ซื้อต้องมีสิทธินำเข้าผลไม้ในจีน - ขอใบรับรองสุขอนามัยพืช
ยื่นขอ Phytosanitary Certificate จากกรมวิชาการเกษตรก่อนรถออก โดยต้องผ่านการตรวจศัตรูพืชตามเงื่อนไขของแต่ละชนิดผลไม้ ทุเรียนมีการตรวจความสุกแก่เพิ่มเติม - จัดตู้ควบคุมอุณหภูมิและบรรจุ
จองตู้เย็นหรือรถห้องเย็นที่ตั้งอุณหภูมิตามชนิดผลไม้ ตรวจว่าเครื่องทำความเย็นทำงานตลอดเส้นทาง รวมช่วงรอที่ด่าน บรรจุด้วยกล่องที่พิมพ์เลขทะเบียนโรงคัดบรรจุและข้อมูลตามที่จีนกำหนด - ยื่นใบขนสินค้าขาออกที่หนองคาย
ตัวแทนออกของจัดทำใบขนสินค้าขาออกพร้อมแนบใบรับรองสุขอนามัยพืช Invoice และ Packing List ยื่นล่วงหน้าและจัดคิวตรวจปล่อย ในฤดูผลไม้ควรแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน - ผ่านลาวถึงด่านจีน
รถวิ่งข้ามสะพานมิตรภาพ ผ่านพิธีการผ่านแดนลาวที่เวียงจันทน์ ขึ้นถนน R13 ถึงบ่อเต็น หรือเปลี่ยนขึ้นรถไฟจีน-ลาวที่ท่านาแล้ง แล้วเข้าด่านโม่ฮานของจีนซึ่งมีการตรวจกักกันพืชก่อนปล่อย - ติดตามจนส่งมอบและเก็บหลักฐาน
ตัวแทนออกของรายงานสถานะทุกจุดสำคัญ และเก็บสำเนาใบขนขาออก ใบรับรอง และเอกสารขนส่งไว้ใช้ขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการส่งออก
เส้นทางจากหนองคายถึงจีน
ทางรถบรรทุก หนองคาย → สะพานมิตรภาพแห่งที่ 1 → เวียงจันทน์ → ถนน R13 ขึ้นเหนือผ่านหลวงพระบาง อุดมไซ → บ่อเต็น → ด่านโม่ฮาน (ยูนนาน) → ตลาดคุนหมิงหรือกระจายต่อ
ทางรถไฟ หนองคาย → ท่านาแล้ง (ยกตู้ขึ้นรถไฟจีน-ลาว) → บ่อเต็น → โม่ฮาน → คุนหมิง ต่อเครือข่ายรถไฟจีน อ่านรายละเอียดการเปลี่ยนถ่ายได้ใน รถไฟจีน-ลาว ถึงท่านาแล้งแล้วต่ออย่างไร
ทางเลือกผ่านนครพนม หากปลายทางอยู่ทางกว่างซีหรือกว่างโจว เส้นทาง R12 ผ่านเวียดนามเข้าด่านโหย่วอี้กวนอาจใกล้กว่า เปรียบเทียบได้ใน เลือกด่านหนองคายหรือนครพนม
ควบคุมอุณหภูมิตลอดทาง
- ทุเรียนนิยมขนส่งที่ประมาณ 13 ถึง 15 องศาเซลเซียส มังคุดและลำไยต่ำกว่านั้นตามคำแนะนำของโรงคัดบรรจุ
- ตรวจว่าตู้มีเครื่องบันทึกอุณหภูมิ และรถมีเชื้อเพลิงพอสำหรับช่วงรอที่ด่านซึ่งอาจนานหลายชั่วโมงในฤดูพีค
- กรณีเปลี่ยนถ่ายที่ท่านาแล้ง ต้องจองจุดเสียบไฟสำหรับตู้เย็นล่วงหน้า
ฤดูผลไม้: การจัดคิวหน้าด่านคือหัวใจ
ช่วงเมษายนถึงกรกฎาคมของทุกปี ด่านหนองคายและด่านโม่ฮานมีรถผลไม้หนาแน่นมาก เวลารอหน้าด่านอาจยาวกว่าปกติหลายเท่า ทีมงานที่ประจำหน้าด่านจริงทุกวันช่วยได้มากในการยื่นเอกสารล่วงหน้า จัดลำดับคิว และแก้ปัญหาเอกสารทันทีเมื่อเจ้าหน้าที่ท้วง
เอกสารที่ใช้ในการส่งออกผลไม้
- Commercial Invoice และ Packing List ระบุเลขทะเบียนโรงคัดบรรจุ
- ใบรับรองสุขอนามัยพืช (Phytosanitary Certificate) จากกรมวิชาการเกษตร
- ใบขนสินค้าขาออก
- เอกสารการขนส่งและเอกสารผ่านแดนลาว
- เอกสารอื่นตามที่ผู้ซื้อหรือด่านปลายทางกำหนด เช่น ใบรับรองถิ่นกำเนิด Form E ฝั่งไทย (สำหรับให้ผู้นำเข้าจีนลดอากร)
คำถามที่พบบ่อย
ส่งทุเรียนไปจีนทางบกใช้เวลากี่วัน?
จากหนองคายถึงด่านโม่ฮานของจีนประมาณ 2 ถึง 3 วันทางรถบรรทุก และใกล้เคียงกันทางรถไฟเมื่อรวมเวลาเปลี่ยนถ่าย ถึงตลาดปลายทางในจีนตอนใต้ภายใน 4 ถึง 6 วัน เร็วกว่าทางเรือมากและเหมาะกับผลไม้ที่มีอายุสั้น
ไม่มีทะเบียน GACC ส่งออกผลไม้ไปจีนได้ไหม?
ไม่ได้ ผลไม้สดต้องมาจากสวนและโรงคัดบรรจุที่จีนรับรอง หากยังไม่มีทะเบียน ต้องยื่นผ่านกรมวิชาการเกษตรก่อน หรือรวบรวมผลไม้ผ่านโรงคัดบรรจุที่มีทะเบียนอยู่แล้ว
ด่านไหนเหมาะกับผลไม้มากกว่า หนองคายหรือนครพนม?
ทั้งสองด่านใช้ส่งผลไม้ไปจีนได้ หนองคายเหมาะกับปลายทางจีนตอนใต้ฝั่งคุนหมิงผ่านโม่ฮานและมีรถไฟให้เลือก นครพนมใช้เส้นทาง R12 ผ่านเวียดนามเข้าด่านโหย่วอี้กวนที่กว่างซี เหมาะกับปลายทางกว่างโจวและตลาดฝั่งตะวันออก
ส่งออกต้องเสียภาษีไหม?
การส่งออกผลไม้โดยทั่วไปไม่มีอากรขาออก และผู้ส่งออกที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มได้สิทธิอัตรา 0 เปอร์เซ็นต์ จึงขอคืนภาษีซื้อได้เมื่อมีหลักฐานการส่งออกครบ ส่วนภาษีและค่าธรรมเนียมฝั่งจีนเป็นภาระของผู้นำเข้าจีน