ค่าใช้จ่ายและภาษีนำเข้าจากจีน คำนวณอย่างไร

อธิบายวิธีคำนวณอากรขาเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่มจากราคาศุลกากร (CIF) พร้อมตัวอย่างตัวเลข รายการค่าใช้จ่ายอื่นที่ต้องเผื่อ เช่น ค่าผ่านแดนลาว ค่าเปลี่ยนถ่าย ค่าตรวจปล่อย และวิธีลดภาษีด้วย Form E

เผยแพร่ 7 ตุลาคม 2569 · ปรับปรุง 7 ตุลาคม 2569 · โดยทีมงาน DCL Shipping ตัวแทนออกของด่านหนองคาย

คำถามแรกของผู้นำเข้าแทบทุกคนคือ "ของชิ้นนี้ต้องจ่ายภาษีเท่าไร" คำตอบที่ถูกต้องต้องรู้ 3 อย่าง: ราคาศุลกากร ของสินค้า อัตราอากร ตามพิกัด และ สิทธิลดอากร ที่ใช้ได้ บทความนี้อธิบายสูตรและแสดงตัวอย่างให้เห็นตัวเลขจริง

โครงสร้างภาษีขาเข้าของไทย

ภาษีที่กรมศุลกากรเรียกเก็บตอนนำเข้ามี 2 ส่วนหลัก (สินค้าบางประเภทมีภาษีสรรพสามิตเพิ่ม)

  1. อากรขาเข้า = ราคาศุลกากร × อัตราอากรตามพิกัด
  2. ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% = (ราคาศุลกากร + อากรขาเข้า + ภาษีสรรพสามิตถ้ามี) × 7%

สังเกตว่าภาษีมูลค่าเพิ่มคิดจากฐานที่ รวมอากรแล้ว ไม่ใช่จากราคาสินค้าอย่างเดียว

ราคาศุลกากรคืออะไร

ราคาศุลกากรสำหรับการนำเข้าใช้หลัก CIF คือ ราคาสินค้า + ค่าขนส่งระหว่างประเทศ + ค่าประกันภัย จนถึงด่านนำเข้า ถ้าซื้อแบบ EXW หรือ FOB ต้องบวกค่าขนส่งจากจีนถึงหนองคายเข้าไปก่อนคำนวณ และถ้าไม่มีประกันภัย กรมศุลกากรจะบวกค่าประกันภัยให้ตามอัตราที่กำหนด

ราคาตาม Invoice เป็นเงินหยวนหรือดอลลาร์ต้องแปลงเป็นบาทด้วย อัตราแลกเปลี่ยนที่กรมศุลกากรประกาศ ของช่วงที่ยื่นใบขน ไม่ใช่เรทธนาคาร ดูอัตราปัจจุบันได้ที่ อัตราแลกเปลี่ยนศุลกากร

ตัวอย่างการคำนวณ

สมมติสั่งเครื่องจักรขนาดเล็กจากจีน

  • ราคาสินค้า FOB 100,000 บาท (แปลงเป็นบาทแล้ว)
  • ค่าขนส่งจีน-หนองคาย 12,000 บาท ค่าประกันภัย 500 บาท
  • ราคาศุลกากร (CIF) = 112,500 บาท
  • อัตราอากรปกติ 10%

กรณีไม่มี Form E

  • อากรขาเข้า = 112,500 × 10% = 11,250 บาท
  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม = (112,500 + 11,250) × 7% = 8,662.50 บาท
  • รวมภาษีที่ด่าน = 19,912.50 บาท

กรณีมี Form E ที่ใช้สิทธิได้ (อากร 0%)

  • อากรขาเข้า = 0 บาท
  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม = 112,500 × 7% = 7,875 บาท
  • รวมภาษีที่ด่าน = 7,875 บาท

ต่างกัน 12,037.50 บาท จากเอกสารใบเดียว นี่คือเหตุผลที่ควรขอ Form E ทุกครั้งที่สินค้าเข้าเงื่อนไข อ่าน Form E คืออะไร ใช้ลดภาษีอย่างไร

ค่าใช้จ่ายอื่นที่ต้องเผื่อ นอกจากภาษี

  • ค่าขนส่งในจีน จากโรงงานถึงด่านโม่ฮาน หรือถึงสถานีรถไฟต้นทาง
  • ค่าผ่านแดนและค่าธรรมเนียมฝั่งลาว รวมค่าบริการตัวแทนฝั่งลาว
  • ค่าเปลี่ยนถ่ายสินค้า ที่ท่านาแล้งหรือลานเปลี่ยนถ่าย กรณีมาทางรถไฟ
  • ค่าธรรมเนียมศุลกากร และค่าใช้จ่ายกรณีถูกเปิดตรวจ (ค่าแรงงานขนถ่าย ค่าลานตรวจ)
  • ค่าใบอนุญาต สำหรับของต้องกำกัด
  • ค่าบริการตัวแทนออกของ ต่อใบขน
  • ค่าขนส่งในไทย จากหนองคายถึงปลายทาง
  • ค่าจอดรอ รายวัน กรณีเอกสารไม่ครบหรือใบอนุญาตยังไม่ออก
ค่าจอดรอคือรายการที่ทำให้ต้นทุนบานปลายบ่อยที่สุด และป้องกันได้เกือบทั้งหมดด้วยการตรวจเอกสารล่วงหน้าก่อนรถออกจากจีน

ลดต้นทุนได้ตรงไหนบ้าง

  • ใช้สิทธิ Form E ให้ถูกต้องตั้งแต่พิกัดจนถึงเงื่อนไขการขนส่งผ่านลาว
  • ตรวจ พิกัดศุลกากร ให้ถูกตั้งแต่แรก พิกัดผิดอาจทำให้จ่ายอากรสูงเกินจริง หรือถูกปรับย้อนหลัง ค้นหาพิกัดเบื้องต้นได้ที่ พิกัดศุลกากร
  • รวมสินค้าหลายรายการใน ใบขนเดียว เมื่อมาจากผู้ขายรายเดียวกัน ลดค่าบริการต่อใบขน
  • ยื่นใบขน ล่วงหน้า ก่อนรถถึงด่าน ลดเวลารอและค่าจอด

คำถามที่พบบ่อย

ภาษีนำเข้าจากจีนคิดกี่เปอร์เซ็นต์?

ไม่มีอัตราเดียว อากรขาเข้าขึ้นกับพิกัดศุลกากรของสินค้า ตั้งแต่ 0 ถึง 30 เปอร์เซ็นต์หรือมากกว่าสำหรับสินค้าบางประเภท และสินค้าส่วนใหญ่จากจีนใช้ Form E ลดอากรเหลือ 0 ได้ตามความตกลงอาเซียน-จีน จากนั้นบวกภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 เปอร์เซ็นต์ของราคาศุลกากรรวมอากรเสมอ

ภาษีมูลค่าเพิ่มขาเข้าขอคืนได้ไหม?

ผู้นำเข้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มนำใบเสร็จรับเงินของกรมศุลกากรมาใช้เป็นภาษีซื้อเพื่อหักกับภาษีขายได้ตามปกติ ส่วนบุคคลธรรมดาที่ไม่ได้จดทะเบียนจะถือเป็นต้นทุน

ทำไมยอดภาษีที่จ่ายจริงไม่ตรงกับที่คำนวณไว้?

สาเหตุที่พบบ่อยคือ อัตราแลกเปลี่ยนศุลกากรของเดือนที่ยื่นใบขนต่างจากเดือนที่ประเมิน ค่าขนส่งและประกันภัยที่ถูกบวกเข้าราคาศุลกากร หรือเจ้าหน้าที่ประเมินราคาใหม่เพราะราคาตาม Invoice ต่ำกว่าราคาตลาดอย่างผิดสังเกต

ค่าบริการชิปปิ้งคิดอย่างไร?

โดยทั่วไปคิดเป็นค่าบริการพิธีการต่อใบขน บวกค่าใช้จ่ายที่จ่ายแทน เช่น ค่าธรรมเนียมศุลกากร ค่าเปลี่ยนถ่ายสินค้า ค่าผ่านแดน และค่าขนส่งในประเทศ DCL Shipping แจ้งใบเสนอราคาแยกรายการก่อนเริ่มงานทุกครั้ง

ไม่อยากเสี่ยงทำเองทั้งหมด?

ส่ง Invoice และรายละเอียดสินค้ามาให้ทีมงานประจำด่านหนองคายดูก่อน เราตรวจพิกัด ใบอนุญาต และประเมินค่าใช้จ่ายให้ฟรี ไม่มีข้อผูกมัด