สินค้าจำนวนมากที่สั่งจากจีนได้ง่าย ๆ ในแอป กลับเป็นสินค้าที่ไทยควบคุมการนำเข้า ผู้นำเข้ามือใหม่จำนวนไม่น้อยรู้เรื่องนี้ตอนสินค้ามาถึงด่านแล้ว ซึ่งสายเกินไป บทความนี้ช่วยให้คุณรู้ก่อนสั่งซื้อ
ของต้องห้าม กับ ของต้องกำกัด ต่างกันอย่างไร
ของต้องห้าม คือสินค้าที่กฎหมายห้ามนำเข้าโดยเด็ดขาด ไม่มีใบอนุญาตใดทำให้นำเข้าได้ เช่น ยาเสพติด สื่อลามก สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์หรือเครื่องหมายการค้า บุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยา ธนบัตรปลอม
ของต้องกำกัด คือสินค้าที่นำเข้าได้ แต่ต้องมี ใบอนุญาต ใบรับรอง หรือการขึ้นทะเบียน จากหน่วยงานที่กำกับดูแลก่อน และต้องแสดงต่อศุลกากรตอนนำเข้า สินค้ากลุ่มนี้มีจำนวนมากและเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
กลุ่มสินค้าที่ต้องกำกัดที่พบบ่อยในเส้นทางจีน-หนองคาย
อาหาร เครื่องสำอาง ยา เครื่องมือแพทย์ และอาหารเสริม — อย.
อาหารทุกชนิดรวมภาชนะบรรจุอาหาร เครื่องสำอางต้องจดแจ้ง ยาและเครื่องมือแพทย์ต้องขึ้นทะเบียนหรือขออนุญาต การขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ใหม่ใช้เวลานานและต้องมีเอกสารจากผู้ผลิต
เครื่องใช้ไฟฟ้า เหล็ก วัสดุก่อสร้าง ของเล่น และสินค้ามาตรฐานบังคับ — สมอ.
สินค้าที่มีมาตรฐาน มอก. บังคับ เช่น ปลั๊กไฟ สายไฟ เครื่องปรับอากาศ เหล็กเส้น เหล็กแผ่น หมวกกันน็อก ของเล่น ต้องได้รับใบอนุญาตนำเข้าหรือใบอนุญาตเฉพาะคราวก่อน และสินค้าต้องผ่านการทดสอบ
พืช ผลไม้ เมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย และสารเคมีเกษตร — กรมวิชาการเกษตร
ต้องมีใบอนุญาตนำเข้าและใบรับรองสุขอนามัยพืชจากประเทศต้นทาง และบางชนิดต้องผ่านการวิเคราะห์ความเสี่ยงศัตรูพืชก่อน
สัตว์ ซากสัตว์ อาหารสัตว์ และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ — กรมปศุสัตว์ / กรมประมง
ต้องมีใบอนุญาตและใบรับรองสุขภาพสัตว์ สินค้าแช่แข็งต้องผ่านด่านกักกันที่กำหนด
เคมีภัณฑ์ วัตถุอันตราย และเครื่องจักรบางประเภท — กรมโรงงานอุตสาหกรรม
สารเคมีหลายชนิดจัดเป็นวัตถุอันตรายที่ต้องขึ้นทะเบียนและขออนุญาตนำเข้า แบตเตอรี่และเครื่องจักรใช้แล้วมีเงื่อนไขเฉพาะ
อุปกรณ์สื่อสารและวิทยุ — กสทช.
อุปกรณ์ที่มีคลื่นวิทยุ เช่น วิทยุสื่อสาร โดรนบางประเภท อุปกรณ์ Wi-Fi และ Bluetooth ต้องผ่านการตรวจสอบและรับรองมาตรฐาน
กลุ่มอื่นที่ควรรู้
- ยานพาหนะและชิ้นส่วน กรมการขนส่งทางบก และกระทรวงพาณิชย์สำหรับรถใช้แล้ว
- สุรา ยาสูบ กรมสรรพสามิต
- สินค้าที่มีโควตาหรือมาตรการทางการค้า กรมการค้าต่างประเทศ
- แร่ ไม้ โบราณวัตถุ อาวุธ หน่วยงานเฉพาะด้าน
รายการตามพิกัดศุลกากรแยกตามหน่วยงานดูได้ที่ ของต้องกำกัด บนเว็บไซต์นี้ ซึ่งรวบรวมจากประกาศของหน่วยงานต่าง ๆ
ลำดับเวลาที่ถูกต้อง
- ก่อนตกลงซื้อ ส่งรายละเอียดและรูปสินค้าให้ตัวแทนออกของตรวจว่าอยู่ในกลุ่มใด
- ก่อนวางมัดจำ รู้แล้วว่าต้องขอใบอนุญาตจากใคร ใช้เวลาเท่าไร ต้องใช้เอกสารอะไรจากผู้ผลิต
- ระหว่างผลิต ยื่นขอใบอนุญาตคู่ขนานไป ขอเอกสารจากโรงงานจีนที่จำเป็น เช่น ผลทดสอบ สูตร หรือหนังสือรับรอง
- ก่อนสินค้าออกจากจีน ใบอนุญาตต้องออกแล้วหรือมั่นใจว่าออกทันวันที่สินค้าถึงด่าน
- สินค้าถึงด่าน แสดงใบอนุญาตพร้อมใบขน ตรวจปล่อยได้ทันที
ถ้าสินค้าถึงด่านโดยไม่มีใบอนุญาต
ทางเลือกมีจำกัดและทุกทางมีค่าใช้จ่าย: ขอใบอนุญาตย้อนหลังหากหน่วยงานอนุญาต (สินค้าจอดรอระหว่างนั้น) ส่งกลับประเทศต้นทาง หรือสละสินค้าให้ทำลาย กรณีไม่สำแดงหรือสำแดงเท็จเพื่อเลี่ยงการควบคุมมีโทษตามกฎหมายศุลกากรและกฎหมายของหน่วยงานนั้น ซึ่งรุนแรงกว่าค่าใช้จ่ายที่ประหยัดได้มาก
คำถามที่พบบ่อย
จะรู้ได้อย่างไรว่าสินค้าของฉันต้องขอใบอนุญาต?
ดูจากพิกัดศุลกากรของสินค้าเทียบกับประกาศของหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งรวบรวมไว้ที่หน้าของต้องกำกัดบนเว็บไซต์นี้ แต่สินค้าชิ้นเดียวอาจอยู่ในการควบคุมของหลายหน่วยงาน วิธีที่แน่นอนที่สุดคือส่งรายละเอียดสินค้าให้ตัวแทนออกของตรวจก่อนสั่งซื้อ
ใบอนุญาตใช้เวลานานแค่ไหน?
แตกต่างกันมากตามหน่วยงานและประเภทสินค้า ตั้งแต่ไม่กี่วันสำหรับใบอนุญาตเฉพาะคราวบางประเภท ไปจนถึงหลายเดือนสำหรับการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์กับ อย. หรือการขอ มอก. ควรสอบถามก่อนวางมัดจำสินค้าเสมอ
ถ้าสินค้าถึงด่านแล้วแต่ยังไม่มีใบอนุญาตจะเกิดอะไรขึ้น?
สินค้าจะตรวจปล่อยไม่ได้ ต้องจอดรอในเขตศุลกากรโดยเสียค่าจอดและค่าฝากรายวันจนกว่าใบอนุญาตจะออก หากขอไม่ได้ต้องส่งกลับประเทศต้นทางหรือทำลาย โดยผู้นำเข้ารับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
นำเข้ามาใช้เองไม่ได้ขาย ยังต้องขอใบอนุญาตไหม?
ส่วนใหญ่ยังต้อง เพราะการควบคุมอยู่ที่ตัวสินค้าไม่ใช่วัตถุประสงค์ แต่บางหน่วยงานมีช่องทางขออนุญาตเฉพาะคราวสำหรับการนำเข้าเพื่อใช้เอง วิจัย หรือเป็นตัวอย่าง ซึ่งเงื่อนไขและปริมาณจำกัดต่างกันไป